แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Search Engine แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Search Engine แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทำไมต้อง Search Engine Optimization (SEO)

Search Engine เป็นสื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนอินเตอร์เน็ตได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับสื่อ โฆษณาแบบ Online อย่างป้ายโฆษณา (Banner) และสื่อ Offline อย่างโทรทัศน์และป้ายโฆษณาทั่วไป เมื่อเปรียบเทียบในแง่การแสดงผล และจำนวนของผู้ที่จะได้เห็นป้ายโฆษณาเหล่านั้น Search Engine กลับมีค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาที่ถูกกว่าหลายเท่าตัว ดังนี้แล้วหากต้องการที่จะเพิ่มช่องทางการตลาด เพิ่มยอดขาย เพิ่มอัตราผู้เข้าชมเว็บไซต์ ควรจะต้องทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นติดอันดับอยู่ใน 10 อันดับแรก ของผลการค้นหา ในทุกครั้งที่มีการค้นหาจากคำค้นหา (keyword) ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของเว็บไซต์เรา

ดังนั้นการทำ Search Engine Optimizgation (SEO) ถือ ว่าเป็นสิ่งจำเป็นมาก สำหรับเว็บไซต์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต เพราะผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเหล่านี้จะสามารถเข้าถึง และรู้จักเว็บไซต์ของเราได้ง่ายมากขึ้น และยังแน่ใจได้ว่า เว็บไซต์ของเราคุ้มค่ากับทุกๆ การลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำ SEO เพราะสามารถติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน และเราจะได้รับผลตอบแทนที่ดีมากในอนาคต

จุดเด่นในการทำ Search Engine Optimization (SEO)

ประสิทธิภาพสูง : ทำให้มีผู้เข้าเว็บไซต์ของท่านมากขึ้น เพราะผู้ใช้ Search Engine ประมาณ 95% จะนิยมคลิกเฉพาะเว็บไซต์ที่ปรากฏใน 2 หน้าแรกเท่านั้น

เพิ่มความน่าเชื่อถือ : เนื่องจากผลลัพธ์ของการค้นหา จะปรากฎในตำแหน่งทางซ้ายมือ หรือเป็นตำแหน่งของผลการค้นหาธรรมชาติ ที่จะได้เปรียบมากกว่า ตำแหน่งผู้สนับสนุนทางด้านขวามือ ซึ่งเพิ่มความเชื่อถือให้กับลูกค้า ว่าเว็บไซต์ของท่านได้รับความนิยมอย่างสูง ในเว็บ Search Engine นั้น

ตรงกลุ่มเป้าหมาย : การทำ SEO นั้น จะส่งผลให้เว็บไซต์ของท่าน ได้รับการโฆษณาตรงตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแท้จริง เพราะการเลือกคำค้นหา (Search Keyword) จะทำให้เว็บไซต์ของท่าน จะปรากฎเมื่อมีผู้สนใจในสินค้า และบริการประเภทนั้น ซึ่งมีความต้องการที่จะซื้อ หรือใช้บริการ ณ เวลานั้นด้วย

ประหยัด และคุ้มค่า : เมื่อเทียบกับการโฆษณา ประเภทอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทีวี , วิทยุ , หนังสือพิมพ์ , นิตยสาร และการโฆษณาแบนเนอร์ในเว็บไซต์ นั้น วิธี SEO ถือว่าประหยัด และคุ้มค่าที่สุด เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ในแง่ของธุรกิจ

เว็บไซต์ของท่าน จะปรากฎอยู่ตำแหน่งใดในเว็บไซต์ Search Engine ? การทำ SEO นั้น จะเน้นให้ผลของคำค้นหา (Search Keyword) ปรากฏอยู่ในส่วนของ “ผลการค้นหาธรรมชาติ” (Natural Search Result หรือ Organic Search Result) ซึ่งจะแสดงอยู่ในส่วนของผลลัพธ์ทางด้านซ้ายมือของเว็บ Search Engineนั่นเอง ดังรูป


เครดิต business-online

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

26 ขั้นตอนการสร้างเว็บไซต์ติดอันดับโลก

คล็ดไม่ลับ การสร้างเว็บไซต์ให้ผู้เข้าชมติดใจเว็บไซต์คุณ
หากคุณทำตาม ขั้นตอนเหล่านี้อย่างเคร่งครัด คุณจะประสบความสำเร็จภายในหนึ่งปี ถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้าเป็นภาษาไทย ยอดน่าจะได้ประมาณ 2000 คนต่อวัน หลายๆคนอาจจะไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ไม่เชื่อนั่นแหละดี เราจะได้พิสูจน์กันไปพร้อมๆกันเลยว่า อีกหนึ่ง ปีข้างหน้า ยอดเว็บของเราจะพุ่งถึง 2000 คนต่อวัน จริงหรือเปล่า? ลองมาทำตามไปพร้อมๆกันเลยครับ (บทความนี้ เน้นถึงการทำเว็บไซต์ที่เหมาะกับ Search Engine และดึงผู้เข้าชมจาก Search Engine เป็นหลัก)

A ) เตรียมตัวให้พร้อม:
เตรียมตัวคุณให้พร้อม และเตรียมเนื้อหาให้พร้อม เนื้อหาของเว็บไซต์สำคัญกว่าชื่อโดเมนเสียอีก ถ้าหากคุณคิดชื่อโดเมนได้ แต่ไม่มีเนื้อหา คนเข้ามาก็ จะรู้สึกแย่กับเว็บคุณ แล้วก็จะไม่กลับมาหาคุณอีกเลย! ทางที่ดี ควรจะเผื่อเนื้อหาไว้ให้พร้อมซัก 100 หน้าเป็นอย่างน้อย ที่สำคัญๆก็อย่างเช่น About Us หรือ Company Profile, Contact Us, Privacy Policy, Terms of Agreement เป็นต้น และถ้าเป็นไปได้ ต้องเป็นเนื้อหาที่หาที่ไหนไม่ได้ ตรงมาอ่านที่เว็บไซต์ของคุณเท่านั้น จะเยี่ยมมากๆ
ชื่อโดเมน:
ต้อง เน้นให้ จำง่าย, พิมพ์ง่าย ยิ่งพยางค์น้อย หรือน้อยตัวอักษรได้เท่าไหร่ยิ่งดี ถ้าจะให้ดีมี keyword สำคัญๆของคุณอยู่ในโดเมนด้วยยิ่งดี แต่บางคน ก็คิดว่า ชื่อโดเมนที่มี keyword อยู่ด้วยนั้น “Out” ไม่ทันสมัย เชยระเบิดระเบ้อ นั่นก็ขึ้นอยู่กับความชอบเป็นการส่วนตัว อย่าง SEOthai นี่จะถือว่ายาว ก็ได้ สั้นก็ได้อีก หรือชื่อที่ไม่มีความหมายอย่าง Google ใครจะคิดว่าจะดังเปรี้ยงปร้างขนาดทุกวันนี้ นั่นขึ้นกับหลักง่ายๆที่ว่า ของดีเสียอย่าง ใครๆก ็อยากได้ เพราะฉะนั้น เตรียมเนื้อหาของคุณให้ดี เอาเวลาคิดชื่อโดเมนเก๋ไก๋ไปทำเนื้อหาดีกว่าครับ
C) ออกแบบหน้าตาเว็บไซต์ให้ใช้ง่าย และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย:
ง่าย ไว้ก่อน ดีที่สุด ! ดีทั้งกับ Spiders และดีทั้งผู้เข้าชม, ดีกับ Spiders จะทำให้คนค้นหาเว็บไซต์ของคุณได้ง่าย และทำให้มีคนเข้ามามาก และเมื่อเข้ามาแล้วเว็บไซต์ใช้งานง่าย ทำความเข้าใจง่าย เนื้อหาก็ดี โดเมนจำง่าย ใครจะไม่เข้ามาอีก คุณอาจจะถามไปอีกว่า ง่ายน่ะ ง่ายยังไง เว็บของผมไม่เห็นจะใช้งานยากตรงไหนเลย? ผมมีวิธีทดสอบสองวิธีครับ
วิธี แรก ให้ลองนึกไปถึงวันแรกๆที่คุณใช้คอมพิวเตอร์ เล่นอินเทอร์เนต ความรู้สึกในวันนั้น คุณคงจำได้ว่า มันเงอะๆงะๆไปหมด ปุ่มไหนคืออะไร จะไปหน้าอื่นต้องทำอย่างไร รู้สึกว่ามันมีปุ่มอะไรต่างๆเยอะแยะไปหมด เอาง่ายๆ Mouse ยังใช้ไม่คล่องเลย! จริงมั้ยครับ? ลองนึกไปถึงวันนั้น แล้วดูเว็บของคุณอีกทีว่า ถ้าคุณในวันนั้นมาเข้าชมเว็บคุณ จะรู้สึกอย่างไร?
วิธี ที่สอง เป็นวิธีทดสอบโดยใช้อาสาสมัคร โดยคุณจะต้องหาคนที่ไม่เคยใช้เว็บของคุณเลย จะเป็นคนที่ใช้อินเทอร์เนตคล่องอยู่แล้ว หรือจะเป็นมือใหม
่หัด Serve Net ก็สุดแท้แต่ ขอให้มีเขายินดีมาเป็นตัวทดสอบเป็นใช้ได้ การทดสอบก็ง่ายๆ โดยการที่คุณตั้งโจทย์ให้ผู้ทดสอบ ทำอะไรซักอย่าง เกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณเช่น อาจจะให้ลองเลือกซื้อของ หรือหาบทความที่มีอยู่ในเว็บ และคุณนั่งดูอยู่ข้างหลัง ดูอย่างเดียวนะครับ ห้ามแนะนำใดๆทั้งสิ้น ดูว่าเขาใช้งานได้คล่องเหมือนคุณหรือเปล่า? ถ้าไม่เกิน 20 นาทีก็ถือว่าผ่านครับ
อีกอย่างก็คือต้องพยายามจัด เนื้อหาของหน้าแรกให้ตรงกับกลุ่มคำ หรือข้อความในหัวข้อหลักของเว็บ มันจะมีความจำเป็นเมื่อ search engine ส่ง
bot มาสำรวจเว็บของคุณมันจะได้รู้สึกว่าเว็บของคุณมีเนื้อหาไปในทำนองเดียวกับ meta-tag หรือ title จริงๆ
ความ เร็วอาจจะไม่ใช่ทุกอย่าง การทำให้โหลดเร็วเข้าว่าเพียงอย่างเดียวก็อาจจะทำให้เว็บขาดความน่าสนใจไป มันอยู่ที่ว่าคุณจัดสรรหรือคัดเรื่องเด่นแค่ไหนเข้ามาลงหน้าแรก
D) ขนาดของข้อมูลในแต่ละหน้า (File Size):
ยิ่ง เล็กยิ่งดี แต่กำลังพอดีจะดีที่สุด ถ้าเนื้อหามีน้อยก็ควรใส่รูปภาพประกอบ ตกแต่งให้สวยงาม แต่ถ้าเนื้อหามีมาก ถ้าใส่ไว้ในหน้าเดียวอาจจะทำให้โหลดข้อมูลนานเกินไป ควรจะทำการแบ่งเป็นหน้าๆ ตั้งชื่อแต่ละหน้า ตามหัวข้อของหน้านั้นๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดของไฟล์มากจนเกินไป ควรจะแบ่งให้อ่านแล้วรู้เรื่อง ไม่ใช่แบ่งซอยยิบเกินไป หวังให้โหลดเร็ว อย่างนั้น Search Engine ชอบ แต่คนไม่ชอบ เข้ามาแล้วอาจจากไปลับก็ได้ ควรให้พอดีๆ
E) เนื้อหา:ทำเนื้อหาตาม Keyword ที่เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณ
โดย การตั้ง Keyword เป็นตัวตั้ง ยกตัวอย่างเช่น เว็บของคุณขายต้นไม้ส่งในประเทศ เช่น ทานตะวัน.คอม คุณอาจจะเลือก “ไม้ประดับ” หรือ “ไม้มงคล” เป็น Keyword แล้วทำเนื้อหาตาม Keyword ที่เลือกไว้ แล้วคอย Update อย่างสม่ำเสมอ รับรองว่า “ไม้มงคล” หรือ “ไม้ประดับ” ของคุณจะออกดอกออกผลให้ได้ชื่นชมแน่ๆ
F) จำนวน Keyword และการจัดวางตำแหน่งในแต่ละหน้า:
แน่ นอนว่า ถ้าคุณอยากให้ Search Engine หาคุณพบด้วย Keyword คำไหน แต่ไม่มีคำนั้นๆในเว็บไซต์ของคุณเลย จะเป็นไปได้หรือ? และถ้ามีมากจนล้นเลยยิ่งแล้วใหญ่ (Spam) Search Engine เกลียดนัก ถือว่าดูถูกความสามารถกันอย่างร้ายแรง คุณต้องระวังให้จงหนักเลย ทางที่ดีควรจะมีไม่เกิน 5% ต่อจำนวนคำทั้งหมดในหน้านั้น (ไม่นับ Tag HTML) แต่ถ้าจำเป็นจะต้องมี Keyword คำนั้นๆมากๆ เพราะเหตุการณ์บังคับ ก็ควรจะใช้มุขเดิมคือ แบ่งเป็นหลายๆหน้า หรือหาเนื้อหาอื่นๆมาเพิ่ม ลดทอนจำนวน Keyword นั้นลง
G) การเชื่อมโยงไปเว็บไซต์อื่นๆ:
เชื่อม โยงถึงเว็บไซต์ใหญ่ๆ ด้วย Keyword ในหน้านั้นเป็นการอ้างอิงให้ผู้เข้าชมเชื่อถือ แถมยังอ้างให้ Search Engine รู้ด้วยว่าเราเป็นเว็บ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆได้ง่ายยิ่งขึ้น (Ralate Link) เพราะเว็บไซต์ใหญ่ๆนั้น Search Engine รู้จักดีอยู่แล้ว เมื่อเราอ้างถึงเว็บไซต์นั้นๆ Search Engine จะสร้างความสัมพันธ์กับเว็บไซต์ของคุณ กับ Keyword ที่คุณ link ออกไป เปรียบเหมือนการแนะนำตัวกับ Search Engine เว็บไซต์ของเราอยู่หมวดหมู่ไหนนั่นเอง
H) โครงสร้างของการเชื่อมโยงภายในเว็บไซต์ของคุณ (Cross Links หรือ Link Structure):
cross links ก็คือ links การเชื่อมโยงข้อมูลภายใน website ของเรานั้นเอง ถ้าคุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับอาหาร คุณอาจจะต้องมีการเชื่อมโยงไปยัง หน้า แอปเปิ้ล หรือ ผักผลไม้อื่นๆ หรืออะไรก็ตามที่ชื่อพ้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ ไม่จำเป็นจะต้องทำทุกหน้า แต่ถ้าคุณขยันและมีเวลาพอละก็ ผมแนะนำ ให้คุณทำ link ในคำทุกคำที่สามารถ link ได้ แต่ต้องไปหาหมวดหมู่หรือหน้าที่เกี่ยวข้องนะครับ และที่สำคัญมากๆ ทุกหน้าควรมี link ไปหน้าแรกเสมอ ห้ามลืม เด็ดขาด!!!
I) ได้เวลาออนไลน์:
ถ้า คุณมีทุนทรัพย์เพียงพอ คุณควรเลือก Hosting ที่มี IP ให้สำหรับคุณคนเดียว ไม่ควรเลือกแบบ Virtual Host แต่ถ้าเบี้ยน้อย หอยน้อย เลือก ็Host ราคาถูกๆ แต่ไม่ค่อยล่ม ก็พอได้อยู่ เมื่อมี Hosting แล้ว เนื้อหาพร้อมแล้ว link sturcture ทำได้นวลเนียนดีแล้ว ก็ออนไลน์ออกสู่โลกกว้างได้เลยครับ และ ขอให้จำไว้เลยว่า ถ้าไม่พร้อม อย่าเพิ่งออนไลน์เด็ดขาด นอกเสียจากคุณไม่แคร์ และคุณมีวินัยเพียงพอที่จะเพิ่มเนื้อหาได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมแนะนำให้คุณใจเย็นๆ รอให้พร้อมก่อนดีกว่าอยู่ดี
J) Submit:
ได้ เวลาของการโฆษณาแล้วครับ ขั้นตอนนีคือการเอาเว็บของคุณไป submit ตาม search engine ต่างๆ เท่านี้แหละครับ อย่าไปคาดหวังว่าจะได้รับการจัดอันดับในเร็ววันครับ คอยตรวจสอบบ้างสัปดาห์ละครั้งก็พอ
K) ตรวจสอบและติดตามผล:
ทำได้ โดยการวิเคราะห์ log ครับ ไม่ต้องไปสนใจข้อมูล graphics ที่สวยงามแต่ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไร ทำนอง “สวยแต่รูป จูบไม่หอม” ไม่เอาครับ logs file คือสิ่งที่เราต้องการ อย่าลืมดูว่า logs มีข้อมูล referer หรือเปล่า ถ้าไม่ก็ย้าย hosting ดีกว่าครับ ถ้าคุณอ่าน Logs File ไม่เป็น ผมแนะนำให้ คุณจ้างโปรแกรมเมอร์ มาจัดส่วนตรงนี้ให้คุณดีกว่า บอกความต้องการเขาไปว่า อยากให้เขียนโปรแกรมวิเคราะห์ Log File ให้แสดงผลออกมาในแบบ คุณอ่านรู้เรื่อง หรือหาๆเอาใน internet นี่แหละครับ ของฟรี ดีด้วย ยังมีอีกเยอะ เพียงแต่คุณจะหามันเจอหรือเปล่าเท่านั้นเอง
L) เอาอกเอาใจ Spider ให้มากๆเข้าไว้:
ให้ คุณคอยดูว่า มีแมงมุม (Spiders) มีล่าเหยื่อ (เนื้อหา) ของคุณไปติดหรือยัง? หมายความว่า Search Engine ส่ง Bot หรือ Spider เข้าไปเก็บ ข้อมูลเว็บไซต์ของคุณไปหรือยัง ตรวจสอบง่ายๆด้วยการใช้คำสั่ง site:www.thaigamesport.comโดยเปลี่ยนจาก thaigamesport เป็นชื่อโดเมนของคุณเอง เท่านี้ คุณก็จะได้รู้ว่า แมงมุมฮุบเหยื่อยัง ถ้ายัง ต้องรีบมาตรวจแล้วว่าผิดกฏของ Search Engine บ้างหรือเปล่า? โครงสร้าง Link ดีหรือไม่อย่างไร มีเว็บอื่นสร้าง link มาหาคุณบ้างหรือเปล่า ถ้าไม่มีเลย คุณก็ต้องหาพันธมิตรให้ได้ ไม่งั้นเว็บของคุณก็จะกลายเป็นเว็บร้างแน่ๆ
M) จัดหมวดหมู่ให้เรียบร้อย เน้นเข้าใจง่าย ใช้ง่ายเป็นหลัก:
พยายามจัดหมวดหมู่ของ keyword ให้เป็นเรื่องเดียวกับ topic ของมันครับ ไม่มีอะไรมาก
N) Links จากเว็บประเภทเดียวกัน:
ในกรณีที่เว็บของคุณได้รับการ index บน http://www.dmoz.org/ แล้ว ให้คุณพยายามขอแลก link กับเว็บในหมวดหมู่เดียวกัน ถ้าเขาไม่ยอม รับแลกก็ไม่เป็นไร ขอกับเว็บอื่นก็ได้ ใครก็ได้ที่ยอมรับการแลกกับเรา เน้นให้พยายามแลก link กะเว็บที่ค่อนข้างจะมีการ update อย่างต่อเนื่อง
O) เนื้อหาๆๆ:
ควร จะมีหน้าที่มีเรื่องที่เด่นๆ ในแต่ละวัน โดยถ้าเป็นบท ความยาวๆ หน่อยจะดีมาก อย่าพยายามลงในเรื่องที่มีคนสนใจน้อย หรือเรื่องที่มันกว้างเกินไป อันนี้คุณต้องกลับไปค้นหนังสือวิชาภาษาไทยเรื่องการเขียนเรียงความมาอ่านสัก หน่อยก็จะดีครับ เขียนให้อ่านง่ายๆไว้ก่อน สำนวนภาษาเป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่ก็ฝึกกันได้ ขอให้เขียนทุกวันเป็นใช้ได้ เมื่อครบปีแล้ว คุณลองกลับมาอ่านบทความแรกๆที่คุณเขียน คุณจะได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทีเดียว
P) ลูกเล่น ต่างๆ:
พยายาม หลีกเลี่ยงลูกเล่นแปลกๆ ที่อาจจะสร้างความ สนุกให้ท่าน แต่นั่นอาจจะสร้างความรำคาญให้แก่คนที่เข้ามาชมก็เป็นได้ พยายามให้มันดูกลางๆ ไม่จืดหรือหวือหวาจนน่ารำคาญ
Q) Link จากเว็บพันธมิตร:
ข้อ นี้จะต่างจากข้อ N ตรงที่อาจจะเป็น Link ที่ไม่ได้มาจากเว็บในประเภทเดียวกัน แล้วจำเป็นที่จะต้อง Link กลับไปหาเว็บนั้นๆด้วย เรียกง่ายๆว่า “การขอแลก Link” นั่นเอง อันนี้ผมแนะนำว่าคุณจำเป็นต้องเลือกสักหน่อย อย่า Link ไปสะเปะสะปะ เพราะถ้า link ปลายทางเป็น เว็บโป๊ ละก็ ภาพลักษณ์ของเว็บของคุณก็จะถูกมองเป็นเว็บแนวๆนั้นทันที เสียทั้งหน้าตา และ Search Engine ก็จะงงกับเว็บคุณอีกด้วย
R) บริการเสริม:
เพิ่ม บริการเสริมที่จำเป็นอย่างเช่น “ส่งเว็บนี้ให้เพื่อน” กระดานสนทนา หรือจดหมายข่าว เป็นต้น เท่านี้ก็แทบจะเพียงพอแล้ว อย่าเพิ่มลูกเล่นอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น เพราะนั่นอาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการจ้างทำเว็บของคุณสูงจนเกินจำเป็น แถมยังเปล่าประโยชน์อีกด้วย
S) อย่ายัดเยียดโฆษณา!:
ถ้าเว็บไซต์ ของคุณเป็นเว็บไซต์ขายสินค้า ขอให้ระมัดระวังเรื่องการโฆษณาสักหน่อย อย่ายัดเยียดจนดูน่าเกลียด ต้องทำให้ดูแนบเนียนประมาณว่า ผู้เข้าชมได้รับชมโฆษณาไปโดยไม่รู้ตัว อย่างนั้นได้ยิ่งดี โปรดระลึกไว้เสมอว่า ผู้ชมเข้าเว็บของคุณเพราะต้องการเนื้อหา หรือ สินค้าที่ต้องการ ไม่ใช่ “โฆษณา”
T) เพิ่มเนื้อหา หรือ สินค้า บ่อยๆและสม่ำเสมอ:
ควรเพิ่มเนื้อหา หรือบทความอย่างสม่ำเสมอ สิ่งนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำเว็บไซต์เลยทีเดียว
U) เรียนรู้เรื่อง Logs:
หลัง จากเปิดดำเนินการได้ 30-60 วัน ก็ได้เวลาที่จะต้อง ทำตัวเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลกันแล้วครับ ข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์ก็ควรจะนำมาจาก Log Files นั่นเอง คุณควรจะคอยดูว่าผู้เข้าชมใช้ Keyword คำไหนเข้ามาสู่เว็บคุณ อาจจะเป็นคำที่คุณไม่ได้เตรียมไว้ (Optimize) ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณควรจะ Optimize เพิ่ม ยกตัวอย่างเช่น ผู้เข้าชม มักจะใช้คำว่า “orange citrus fruit” แต่ว่าคุณเตรียมเนื้อหาไว้สำหรับคำว่า “oranges” ฉะนั้นคุณควร จะเตรียมเนื้อหาสำหรับคำว่า “citrus” และ “fruit” แล้วก็ทำ Cross Links ถึงกัน
V) การกะระยะเวลา:
เมื่อทำให้เว็บไซต์ได้รับความนิยมแล้ว ไม่ได้ทำให้คุณหมดหน้าที่ไป เพราะคุณยังคงต้องเฝ้าประคบประหงม เว็บของคุณให้ติดอันดับต่อไปอีก เหมือนขี่หลังเสือ ไม่อาจจะลงได้ การะวิเคราะความเป็นไปก็ยังค้องต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมนะครับว่า กว่าที่ keyword ของคุณจะไปประกฎใน search engine อาจจะใช้เวลานานถึง 3 เดือนเช่นถ้าคุณต้องการให้ผลิตภัณฑ์ของ คุณปรากฏอยู่ใน search engine ในตอนต้นปี คุณอาจจะต้องทำ web ให้เสร็จก่อนหน้านั้นถึง 3 เดือนเป็นอย่างน้อย
W) เพื่อนและพันธมิตร:
ในโลกความเป็นจริงคุณ ต้องมีเพื่อนหรือทำความรู้จักผู้คน ในโลกอินเทอร์เน็ตก็เช่นกัน คุณควรจะทำความรู้จักผู้คน โดยการเข้าที่กระดานสนทนา หรือ กระดานข่าวในเรื่องที่คุณสนใจ แต่ว่ากระดานสนทนาเกี่ยวกับ SEO ในบ้านเรายังไม่เห็นมี คุณต้องหากระดานสนทนาของประเทศ เช่น http://www.searchengineworld.com/ เป็น และเมื่อคุณเข้าไปแล้ว ก็ใช่ว่าควรจะอ่านอย่างเดียว คุณควรจะสมัครสมาชิก รับจดหมายข่าว แสดง ความเห็นหรือสอบถามบ้าง อย่าลืมว่ากระดานข่าวไม่ใช่แค่เข้าไปแล้ว อ่านๆ อย่างเดียว แต่กระดานข่าวตอบคำถามคุณได้
X) อย่าลืมจดบันทึกไอเดียเด็ดของคุณ:
หาก คุณเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆทุกวัน นั่นอาจจะทำให้คุณต้องใช้สมองจนเครียดพอสมควรทีเดียว เพราะฉะนั้นบางครั้งคุณอาจจะคลายเครียด โดยการเปลี่ยน กิจกรรมที่กำลังทำอยู่ เช่น ออกไปเดินเล่น อาบน้ำ แต่เมื่อหลังจากการคลายเครียดแล้ว บางครั้งรายระเอียดที่คุณพยายามคิดมาตั้งนาน ก็พลันหายไปพร้อม กับความเครียด!! ผมแนะนำว่า คุณควรจะจดบันทึกไอเดียของคุณเอาไว้ทุกครั้งที่นึกออก หรือก่อนจะออกไปพัก หรือถ้าคุณมีเครื่องบันทึกเสียงก็ยิ่งดี มันจะ ช่วยคุณได้ในกรณีที่ไอเดียของคุณหลั่งไหลออกมาจนคุณจดตามไม่ทัน คุณอาจจะพูดๆๆ ใส่เครื่องบันทึกเสียง แล้วค่อยกรอกลับมาฟังใหม่ รับรองไอเดีย เด็ดของคุณจะไม่สูญหายไป
Y) ตรวจสอบผลการ Submission เมื่อผ่านไปได้ 6 เดือน:
กลับ ไปดูว่าผลการ Submission กับ Search Engine ต่างๆ หรือ Directory ต่างๆ อย่างเช่น ODP นั้น Index เว็บไซต์ของคุณให้หรือยัง? ถ้ายัง คุณต้อง ReSubmit ไปอีกครั้ง คราวนี้จะมีโอกาสเพิ่มขึ้น เพราะคุณมีเนื้อหาหรือสินค้ามากกว่าเดิม 180 หน้าแล้ว
Z) พยายามสร้างเนื้อหาที่ Search Engine ชอบ ทุกๆวัน:
เนื้อหา ที่ Search Engine ชอบเป็นอย่างไร? อธิบายง่ายๆก็คือเนื้อหาที่มีการคัดกรองมาอย่างดี มีบทนำ มีเนื้อหา มีบทสรุป เน้นในสิ่งที่ควรเน้น มีจำนวนคำต่อหน้าที่พอเหมาะ มีการอ้างอิงถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้รับความนิยม (มีจำนวน Link มาหามาก) ไม่ทำผิดกฏของ Search Engine ไม่ใช้ ลูกเล่นหรือ HTML ที่ซับซ้อนจนเกินกว่าที่ Search Engine จะเข้าใจได้ (Search Engine ไม่ฉลาดเท่า Browser) จะว่ายากก็ไม่น่ายาก เท่าไหร่ นักที่จะทำให้ได้ครบทุกข้อ แต่ถ้าคุณคิดเนื้อหาไป แล้วก็ Optimize ไปด้วย ผมรับรองว่ายากแน่ๆ คุณควรจะคิดเนื้อหาให้ครบถ้วนก่อน จากนั้นให้ทำ เว็บไซต์ด้วย HTML Code ง่ายๆก่อน แล้วจึง Optimize เป็นอันดับสุดท้าย ถ้าคุณทำได้ครบ สิ้นปี คุณจะมีจำนวนหน้าที่คุณภาพคับแก้ว เกือบ 400 หน้าทีเดียว!
ขั้นตอนทั้งหมด 26 ขั้นตอนนี้ ถ้าทำตามทั้งหมดแล้วรับรองว่าคุณจะเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้คุณได้แน่นอน อยู่ที่ว่าคุณจะทำเต็มที่แค่ไหน? ตั้งใจอย่างต่อเนื่องแค่ไหน? อย่างน้อยๆก็ 500 - 2000 คนต่อวัน และหากคุณเพิ่มเนื้อหาดีๆ วันละ 4-5 บทความ หรือถ้าเว็บของคุณขายสินค้า คุณก็ควรจะมีรายละเอียดสินค้าแบบละเอียดในทุกๆสินค้าที่คุณขายบนเว็บของคุณ นั่นอาจจะทำให้ยอดผู้เข้าชมพุ่งไปถึง 15000 คนต่อวันก็เป็นได้ ขอให้คุณโชคดี และมีความสุขกับการพัฒนาเว็บไซต์ของคุณ

ที่มา http://www.seoinw.com/

SEO Promote website - แลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ search engine

ทำ seo โดยใส่ keyword ในส่วนต่างๆ ของเว็บเพจ
แนะนำเทคนิคการทำ SEO website หลักๆ ประจำวันนี้ คือการใส่ Keyword เข้าไปในส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ เพิ่มให้อันดับใน Search Engine Results อยู่ในอันดับต้นๆ? โดยได้รวบรวมมาจากเว็บไซต์เกี่ยวกับ SEO จากที่ต่างๆ และจากประสบการณ์การทำ SEO ด้วยตัวเอง

เราควรใส่ keyword ในเว็บเพจตรงใหนดี ?

  1. ใช้ keyword ที่บริเวณ ชื่อหน้าเพจ (Title) ให้เราใส่ Keyword ที่เราต้องการจะใส่โดยให้น้ำหนักจากการเรียงจาก ซ้ายไปขวา อันนี้สำคัญที่สุด ห้ามขาดหรือลืมใส่เด็ดขาด เพราะจะทำให้ Search Engine ไม่ทราบว่าเนื่อหาของเราเกี่ยวกับอะไร โดย search engine จะ Title เป็นข้อหัวหลัก แล้วเอาเนื้อหามาเป็นตัวเพิ่มคะแนนของเว็บเพจนั้นๆ
  2. ใช้ keyword ที่บริเวณชื่อหัวข้อของเนื้อหา (Heading tag) โดยการใช้ H1,H2,H3 เป็นต้น แต่ไม่ควรใส่ keyword ในทุกๆ H ใส่แค่ H1 หรือ H2 ก็พอ
  3. ใช้ keyword ที่บริเวณ เนื้อหาในส่วนแรก (First Content) ให้ใส่ Keyword ไว้ในตำแหน่ง 20 คำแรกโดยประมาณ ให้ชัดเจน หรืออาจจะใช้ตัวอักษรลักษณะเอียงก็ได้
  4. ใช้ keyword ที่บริเวณ ลิงค์เชื่อมโยงมาตรฐาน (Standard Text Link) คือการเชื่อมโยงในลักษณะ การใช้ Text link เป็นตัวเชื่อมโยง แล้วแทรก Keyword ผสมเข้าไปด้วย
  5. ใช้ keyword ที่บริเวณ เนื้อหาในส่วนสุดท้ายของหน้า (The last content) เพื่อเน้นย้ำหรือใช้ในการสรุปเนื้อหา อาจจะใช้เป็นลักษณะตัวเอียงหรือหนา (แนะนำให้ใช้ tag <b>คีย์เวิร์ด</b> แทน <strong>คีย์เวิร์ด</strong> เพราะ Search Engine ชอบ HTML แบบเก่ามากกว่าแบบใหม่) ก็ ได้ครับ
  6. ใช้ keyword ที่บริเวณ เมนูเลื่อนลง (Drop Down Menu) Drop down menu นี้เป็นที่ซ่อน Keyword ที่ดีอีกที่ที่ไม่ควรมองข้าม
  7. ใช้ keyword ตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ (Folder name, File name) วิธีนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจพอสมควรครับกับการทดลองใช้ในหลายๆ เว็บที่ผมลอง หากต้องใช้ Keyword มากกว่า 1พยางค์ ควรใช้เครื่องหมาย ?-? เป็นตัวคั่นกลาง
  8. ใช้ keyword ที่บริเวณ คำอธิบายรูปภาพ (Images alt tag) การใช้ tag alt เข้าช่วยนั้นเพราะว่า Search Engine นั้นไม่รู้จักรูปภาพเราสามารถบอก Search Engine ให้รู้ว่าภาพนั้นเป็นภาพของอะไรได้โดยใช้ tag alt=?keyword? นี้เข้าช่วย
  9. ใช้ keyword ที่บริเวณ คำอธิบาย ลิงค์ (Text link title) การใช้ text link title นั้นคลายการใช้ tag alt เพียงแต่ tag นี้ใช้อธิบาย link
  10. ใช้ keyword จด Domain name ด้วย Keyword (Domain name register) การใช้ Keyword หลักของเว็บในการจด Domain name นั้นหากทำได้ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ
  11. ในส่วนของเนื้อหา ให้เน้น keyword ด้วย tag <b>คีย์เวิร์ด</b> ซัก 2-3 แห่ง แต่ต้องระวังไม่ใส่มากเกินไป
  12. ในช่วย ย่อหน้าแรกๆ ควนใส่คีย์เวิร์ด ใน tag < p> ประมาณ 2 ครั้ง จะเป็นการดี

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Step 1_3 กฎ กติกา และระเบียบการข้อห้ามของ Google AdSense

Step 1_3 กฎ กติกา และระเบียบการข้อห้ามของ Google AdSense

ในส่วนนี้นับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับ กฎ กติกา ข้อห้าม และระเบียบการต่างๆ ของ Google AdSense ที่ควรศึกษาให้ดี ก่อนที่จะสายเกินไป

นับเป็นหัวข้อสำคัญมากที่สุด การทำ Google AdSense ห้าม โกง หรือ ทำผิดกฎ กติกา ของ Google อย่างเด็ดขาด เพราะ ถ้าหากคุณถูกแบนจาก Google AdSense คุณจะไม่สามารถสมัครชื่อเดิม นามสกุลเดิม เว็บไซต์เดิมได้อีก ดังนั้นอย่าคิดค้นหาวิธีเพื่อโกง เพราะ ทาง Google มีผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบอยู่จึงไม่รอดแน่นอน ทางคิดจะโกง มีตัวอย่างมาเยอะแล้ว ทางที่ดีที่สุด ขอให้ทำอย่างถูกวิธีจะไม่ได้ไม่สูญเสียเงินรายได้ และไม่เสียเวลาอีกด้วย ขอเตือนไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง

เข้าเรื่องเลยดีกว่า กฎ กติกา ของ Google AsSense มีดังนี้

ในการสมัคร Google AdSense ครั้งเดียว(วิธีการสมัครจะได้เรียนรู้ใน Step #3 ต่อไป) เราสามารถนำโฆษณาไปวางในเว็บไซต์ หลายๆ เว็บไซต์ได้ไม่จำกัดจำนวนเว็บไซต์ มากเท่าไหร่ก็ได้ จะร้อยเว็บไซต์ จะพันเว็บไซต์ก็ได้ แต่มีข้อห้ามดังนี้

ห้ามวาง Google AdSense ในเว็บไซต์ต้องห้าม ดังต่อไปนี้
  • เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย
  • เว็บไซต์การพนัน คาสิโน
  • เว็บไซต์ภาพลามก อนาจาร
  • เว็บไซต์ที่มีคำหยาบคาย
  • เว็บไซต์กลุ่มต่อต้าน หรือ องค์กรที่ใช้ความรุนแรง หรือ ก่อการร้าย
  • เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ Hacking หรือ Cracking
  • เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการโฆษณามากเกินไป เพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีเนื้อหาอย่างอื่นเลย
  • เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ ยา และ อุปกรณ์การแพทย์ที่ผิดกฎหมาย
  • เว็บไซต์ Spam Keyword
  • เว็บไซต์เนื้อหาที่ผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ปลอมแปลงสินค้า
  • เว็บไซต์อาวุธสงคราม
  • เว็บไซต์เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • เว็บไซต์บุหรี่


กฎ กติกา ในการวางโฆษณา Google AdSense
ในแต่ละหน้าเว็บเพจ สามารถวางโฆษณาได้ ดังนี้
  • วางโฆษณาแบบโฆษณาเกี่ยวข้องเนื้อหาของเว็บไซต์ ได้สูงสุด 3 หน่วยโฆษณา (Ads Unit)
  • วางโฆษณาแบบโฆษณาเกี่ยวข้องเนื้อหาของเว็บไซต์ แบบลิงค์ ได้ 3 หน่วยโฆษณา (Link Unit)
  • วางโฆษณาจากการค้นหาเว็บไซต์ ได้สูงสุด 2 อัน (Search Box)
  • วางโฆษณาจากการแนะนำบริการ ได้ 3 อัน ห้ามซ้ำกัน


ข้อห้าม ในการวางโฆษณา Google AdSense

  • ห้ามทำการดัดแปลง Code โฆษณาอย่างเด็ดขาด ทุกกรณี
  • ห้ามคลิกโฆษณาเอง หรือ บอกให้เพื่อนๆ ช่วยมาคลิก หรือการกระทำในทำนองนี้
  • ห้ามเขียนคำเชิญชวน หรือ ข้อความให้ช่วยคลิก หรือเขียนบอกให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้คลิก ตัวอย่างเช่น "เพื่อความอยู่รอดของเว็บไซต์ โปรดช่วยคลิกด้วย" ให้ใช้ได้แค่ "sponsored links" หรือ "advertisements" เท่านั้น
  • ทำเนื้อหาอย่างเดียว แล้ว Copy ออกมาเป็นหลาย ๆ หน้า
  • ห้ามวางโฆษณา Google AdSense ในหน้า Download
  • ห้ามวางโฆษณา Google AdSense ในหน้าที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย
  • ห้ามวางโฆษณา Google AdSense ในอีเมล์
  • ห้ามวาง Google Adsense ในหน้าที่ทำขึ้นมาเพื่อ เฉพาะเจาะจงที่จะให้แสดง Google Adsense
  • ห้ามวาง Google AdSense ในโฆษณา Pop Up, Pop Under
  • ห้ามวาง Google AdSense ใน Soft Ware เพื่อบังคับให้คลิกโดยอัตโนมัติ หรือ เว็บไซต์รับจ้างคลิกโฆษณา
  • ห้ามวาง Google AdSense ใน Soft Ware เพื่อทำการโปรโมทเว็บของคุณ เช่น Web Promotor
  • หน้าเว็บเพจที่วาง Google AdSense ต้องไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งไปปิดบัง หรือ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นโฆษณาทั้งหมด หรือ ทำ Code โฆษณาให้ไม่สามารถมองเห็นโฆษณาได้ทั้งหมด โดยใช้เทคนิค เช่น สีตัวอักษรเป็นสีเดียวกับพื้นหลังเว็บไซต์ เป็นต้น
  • เครื่องหมายการค้าของ Google อย่าเอาแบนเนอร์ หรือโลโก้ ของ Google มาใช้โดยเด็ดขาด
  • ถ้าทาง Google ส่งอีเมล์แจ้ง หรือ ตักเตือนในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จากการใช้งาน Google AdSense ให้รีบตอบกลับทางอีเมล์โดยด่วน


เป็นอย่างไรบ้างครับ กับ กฎ กติกา ของ AdSense ที่ต้องทำความเข้าใจ ไม่ยากเกินไปนะครับ
ผมได้อธิบายมายาวพอสมควรเกี่ยวกับ AdSense เป็นการศึกษาเส้นทางก่อนการเดินทางจริง
หากเหนื่อยนักก็พักสายตาก่อน...ดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้ว แล้วเข้าสู่การเรียนรู้การสร้างเงินลำดับต่อไป คลิกด้านล่างนี้เลยครับ
เพื่อเข้าสู่ Step 2 :เตรียมเสบียงก่อนเดินทาง

Step 3 : ขั้นตอนการสมัคร Google AdSense ตอนที่ 1



Step 3 : ขั้นตอนการสมัคร Google AdSense ตอนที่ 1

ในขณะนี้ Google AdSense ยังไม่รองรับเว็บไซต์ภาษาไทย แต่ในอนาคตคาดว่า ทาง Google AdSense จะยอมรับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่เป็นภาษาไทย ดังนั้นเพื่อความมั่นใจ ควรนำเว็บบล็อกที่มีเนื้อหาภาษาอังกฤษมาทำการสมัครให้ผ่านก่อน


ขั้นตอนการสมัคร Google AdSense
การสมัคร Google AdSense ดังที่เราได้แนะนำการสร้างเว็บบล็อกเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อยแล้ว ทำให้คุณสมัคร Google AdSense ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร คือ น่าจะผ่านเกือบ 100%


คลิกด้านล่างนี้เพื่อทำการสมัครสมาชิก ผมได้สร้างลิ้งค์ในการเปิดเป็นหน้าใหม่เพื่อความสะดวกในการดูขั้นตอนการสมัครแบบ Step by Step จะได้ดูเปรียบเทียบทีละขั้นตอนๆ





ข้างบนสุดนะคับจะมีอันที่เหมือนในรูป


เมื่อคลิกแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้าต่างด้านล่างนี้ Step by Step









ให้เราคลิกที่ปุ่ม >> [Sign up now ]
จากนั้นจะปรากฎหน้าต่างด้านล่าง







จากนั้นให้ พิมพ์ข้อมูลต่างๆ ที่ทาง Google กำหนด โดยพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนี้


Website Information
Website URL: [?]
ใส่ชื่อเว็บไซต็/บล็อกของคุณ เช่น : www.adsensethai.net
ถ้าเป็นบล็อกก็ให้ทำการคัดลอกที่อยู่ของเว็บคุณจาก Address บาร์เช่น
vimarndin.blogspot.com/ (แบบนี้ถูกต้อง)
vimarndin.blogspot.com/2007-free-downdload.html(แบบนี้ไม่ถูกต้อง)




Website language:
เลือกภาษา ให้คุณเลือกเป็น : English - English


Contact Information
Account type: [?]
เลือกประเภทของเว็บคุณ
- เป็น บุคคลธรรมดา : Individual
- เป็น องค์กรธุรกิจ/บริษัท : Business


Country or territory:
อยู่ในประเทศเลือก : ประเทศไทย


Payee name:(full name)
ชื่อผู้รับเงิน (ให้ใส่ทั้งชื่อ และนามสกุลของคุณ)
คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้รับเงิน และประเทศได้ ขณะกรอกข้อมูลให้ตรวจสอบให้ดีว่าถูกต้อง หรือไม่


Address line 1:
เลขที่ตั้ง ซอย ถนน


Address line 2 (optional):
แขวง / ตำบล


City:
เขต / อำเภอ


State, province or region:
จังหวัด


Zip or postal code:
รหัสไปรณีย์


Phone:
หมายเลขโทรศัพท์
เช่น 02-999-9999 ต้องกรอกเป็น 6629999999
หรือ 09-999-9999 ต้องกรอกเป็น 6699999999


Fax (optional):
หมายเลขโทรสาร


Policies ให้ทำเครื่องหมายถูก ทุกอัน (กฎเบื้องต้นของ AdSense)

  • จะไม่คลิกโฆษณาบนเว็บของตัวเอง ให้คนอื่นคลิก
  • ไม่วางโฆษณาในบริเวณกระตุ้นการคลิก เช่น Download
  • ยินยอมที่จะให้สั่งจ่ายเช็คตามผู้รับด้านบน
  • ไม่วางโฆษณาในเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เช่น ลามกอนาจาร เป็นต้น
  • คุณได้อ่านตามข้อกำหนดใน Adsense Program Policy แล้ว



       เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้ว ให้คลิกที่ >> Submit Information




จากนั้นคลิกหัวข้อที่ 2
I have an email address and password I already use...







จากนั้นคลิกที่หัวข้อแรก
I'd like to use my existing Google Account for AdSense.


ใส่อีเมล์และพาสเวิร์ด ของเรา (Gmail)





จากนั้นจะปรากฎหน้าต่างด้านล่าง




เป็นการแจ้งจาก Google AdSense ว่าจะให้ รอประมาณ 1-2 วัน เพื่อให้ทาง Google AdSense วิเคราะห์เว็บไซต์ / บล็อก ที่เราส่งไปสมัคร Google จะตอบกลับมาทางอีเมล์



Step 5 : ขั้นตอนการนำ Code โฆษณาจาก AdSense มาใช้



Step 5 : ขั้นตอนการนำ Code โฆษณาจาก AdSense มาใช้

   ใน Step  5 นี้ เราจะได้เรียนรู้วิธีการนำ Code โฆษณา(จาก Step 4) มาติดที่เว็บไซต์/บล็อกของเรา ซึ่งจะแบ่งอธิบายที่ละส่วนดังนี้ ครับ


วิธีนำโค๊ดโฆษณามาติดที่เว็บ


1. วิธีติดโฆษณาสำหรับเว็บบล็อก
2. วิธีติดโฆษณาสำหรับเว็บเว็บไซต์


   ศึกษามาถึงตรงนี้ พอจะเห็นแนวทางทำเงินกันบ้างหรือยังครับ ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ เพียงตั้งใจ 
   ศึกษา อย่าท้อ ความสำเร็จ เริ่มจากการที่เราลงมือทำ กับธุรกิจของเรา "กลยุทธ์วิธีการจับเสือมือเปล่า" อนาคตของคุณอาจถึงเวลาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นครับ

Step 5_1 : วิธีนำ Code โฆษณามาติดที่เว็บบล็อก



Step 5_1 : วิธีนำ Code โฆษณามาติดที่เว็บบล็อก

ในบทเรียนนี้ จะได้เรียนรู้วิธีนำ Code มาติดที่บล็อกของเรา เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เริ่มกันเลยครับ


1. Login เข้าไปที่ Blogger.com หรือ http://www.blogger.com/







จากนั้นใส่รหัสผู้ใช้อีเมลของคุณ [xxxxxx@gmail.com] และ รหัสผ่าน [xxxxxxxxxx] ของท่าน


2. จะปรากฎหน้าต่าง จัดการบล็อกของคุณ [Dashboard] ให้เราคลิกที่ >> เลย์เอาต์





3.จากนั้นคลิกที่ >>เพิ่มองค์ประกอบของหน้า







4. จากนั้นคลิกที่ >> HTML/จาวาสคริปต์





5.ให้นำ Code ที่ได้นำมาจาก Google AdSense (จาก Step 4) นำมาใสที่ เนื้อหาดังรูป







จากนั้นคลิกที่ >> จัดเก็บการปรับเปลี่ยน


6. จะเห็นแถบ HTML/จาวาสคริปต์ ที่เก็บโฆษณาอยู่ ดังรูปด้านล่าง ซึ่งเราสามารถที่จะคลิกลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้ครับ คลิกซ้ายที่HTML/จาวาสคริปต์ค้างไว้แล้วลากไปทางซ้าย ทางขวา ด้านบน หรือได้ล่างก็ได้ครับตามต้องการ





7.จากนั้นคลิกที่ >> บันทึกข้อมูล >> คลิกที่ >> ดูบล็อก





เพียงเท่านี้ บล็อกของคุณก็มีโฆษณาเพื่อทำเงินให้คุณได้แล้วครับ 

Step 6 : ขั้นตอนการโปรโมทเว็บบล็อก



Step 6 : ขั้นตอนการโปรโมทเว็บบล็อก

ในบทเรียนนี้ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการโปรโมทเว็บบล็อก หากคุณได้สร้างเว็บไซต์ที่น่าสนใจมากๆ แต่ไม่มีใครรู้จักเลย เว็บของคุณก็เหมือนกับหลุมฝังศพดีๆ นี่เอง


ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหานี้ก็คือ ทำการโปรโมทเว็บนั่นเอง โดยการแนะนำเว็บไซต์/บล็อกของเรากับ Search Engine นั่นเอง ซึ่งมีให้แนะนำเว็บไซต์อยู่หลายที่คลิกเข้าไปแนะนำเว็บไซต์กันได้ครับ


แหล่งรวม Search Engine
Submit URL กับ Search Engine ชื่อดัง
http://www.google.com/addurl.html**
http://search.yahoo.com/info/submit.html**
http://search.msn.co.in/docs/submit.aspx**
http://www.exactseek.com/add.html**
http://www.look.com/remote/submiturl.asp
http://www.dmoz.org/add.html
http://www.altavista.com/addurl/default
http://www.alexa.com/support/get_archive.html
http://www.aesop.com/cgi-bin/aesopadd.cgi
http://www.exactseek.com/add.html
http://theyellowpages.com/ysubmit.htm
http://www.goguides.org/info/addurl.htm
http://www.netsearch.org/addurl.html
http://www.entireweb.com/addurl?page=basic


- รวม Search Engine กว่า 350 เว็บ >>> http://seo-promote.blogspot.com/
- แหล่งโปรโมทเว็บในไทย >>> http://www.bcoms.net/promoteweb/addweb.asp
- แหล่งโปรโมทเว็บต่างประเทศ >>> http://www.bcoms.net/eng_tipcomputer/addurl.asp
- เข้าไปโพสต์ข้อความตามเว็บบอร์ดต่างๆ พร้อมทิ้งที่อยู่ของเว็บไว้ด้วย (กลยุทธ์เอาเหยื่อไปล่อ)
- อีกวิธี ที่จะทำให้เว็บเป็นที่รู้จัก ด้วยการทำ E-mail List
- เล่น msn หรือ Yahoo Messenger หรือ Chat
- แลกลิงค์ (link)


เมื่อคุณได้เดินทางมาถึงขั้นนี้แล้ว หมั่นโปรโมทเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จัก คงไม่นานจะมีรายได้จากธุรกิจ จับเสือมือเปล่านี้อย่างแน่นอนครับ.


หากเหนื่อยนัก ก็พักดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้ว สูดหายใจลึกๆ ยาวๆ สัก 10 ครั้ง จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น พร้อมที่จะเรียนรู้บทเรียนต่อไปกันหรือยังครับ? หากพร้อมแล้วคลิกด้านล่างเพื่อเรียนรู้ Step 7 : วิธีตรวจเช็ครายได้กัน

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิธีโปรโมทเว็บให้ขึ้นอันดับเร็วๆ วิธีเรียกคนเข้าเว็บเยอะๆ วิธีทำให้เว็บมี Traffic เยอะๆ

วิธีโปรโมทเว็บให้ขึ้นอันดับเร็วๆ วิธีเรียกคนเข้าเว็บเยอะๆ วิธีทำให้เว็บมี Traffic เยอะๆ
วิธีนี้ เอาปรับใช้กันได้ สำหรับมือไหนๆๆ ก็ได้ ข้อมูลนี้ไม่ ได้เขียนเองทั้งหมดหรอก บางส่วนได้รวบรวมตามเว็บต่างๆ มา

เทคนิคและวิธีโปรโมทเวบ ให้คนรู้จัก วิธีโปรโมทเวบให้ได้ผล
หลังจากที่เวบไซต์ของคุณมีความพร้อมแล้ว คุณก็สามารถเริ่มการโปรโมทเวบไซต์ของคุณได้ การโปรโมทเวบไซต์ของคุณมีหลายวิธี ลองเลือกวิธีที่เหมาะสมกับเวบไซต์ของคุณที่สุด

1.กลยุทธ์ เพิ่มคนเข้าเวบด้วย “เสิร์ช เอ็นจิ้น” (Search Engine Strategies) คงต้องยอมรับว่าเกือบ 80% ของคนใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก มักใช้เสิร์ช เอ็นจิ้น ในการค้นหาเวบไซต์ที่ตัวเองต้องการ ดังนั้นการนำเวบไซต์ของคุณเข้าไปติดอันดับในเสิร์ช เอ็นจิ้น จึงเป็นวิธีที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากคุณต้องการจะให้เวบไซต์ของคุณ เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว
ดัง นั้นการปรับเวบไซต์ของคุณให้เสิร์ช เอ็นจิ้น รู้จัก จึงเป็นศาสตร์และเทคนิคที่คุณต้องคำนึง ตั้งแต่คุณวางแผนเริ่มต้นสร้างเวบไซต์ หรือสำหรับบางท่านที่มีเวบไซต์อยู่แล้ว ก็ควรที่จะวางแผนปรับเวบไซต์ของคุณให้เสิร์ช เอ็นจิ้น รู้จักได้โดยเร็ว มีตัวอย่างเวบไซต์เพื่อนผมเวบหนึ่ง หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย นอกเหนือจากการปรับแต่งเวบไซต์ของเค้าให้ เสิร์ช เอ็นจิ้นรู้จัก แต่ภายหลังจากนั้น เวบไซต์แห่งนั้นก็มีรายได้จากการขายสินค้าได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยที่เค้าไม่ต้องทำการตลาดอะไรอีกเลย เพราะเสิร์ช เอ็นจิ้น ได้รู้จักเวบไซต์ของเค้าแล้ว และส่งคนเข้ามาที่เวบไซต์ของเค้าอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย

2.การเพิ่มลิงค์ เพิ่มโอกาสคนรู้จักเวบไซต์คุณ (Linking Strategies) การแลกลิงค์กับเวบไซต์อื่นๆ จะช่วยนอกจากจะทำให้คนอื่นๆ มีโอกาสเข้ามาที่เวบไซต์ของคุณได้จากเวบเหล่านั้นแล้ว คุณยังสามารถเพิ่มจำนวน “เพจแรงค์” (Page Rank) ซึ่งเป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่จะช่วยทำให้อันดับของเวบไซต์ของคุณดีกว่าเวบ อื่นๆ เมื่อเวบไซต์ของคุณถูกค้นหาผ่าน เสิร์ช เอ็นจิ้น
โดยวิธีการ ที่จะเพิ่มลิงค์ให้กับเวบไซต์ของ คุณ คุณควรไปเพิ่มชื่อเวบไซต์ของคุณที่บริการเวบไดเร็คทอรี่ใหญ่ของโลกเช่น www.DMOZ.com (เวบไซต์ไดเร็คทอรี่ที่ใช้คนจัดการ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก), www.Yahoo.com , www.About.com ถ้าเป็นของไทยก็ Sanook.com ยิ่งถ้าหากเวบไซต์ของคุณสามารถเข้าไปติดอยู่ในเวบไดเร็คทอรี่เหล่านี้ได้ แล้วละก็ โอกาสที่เสิร์ช เอ็นจิ้นต่างๆ จะหาเวบไซต์ของคุณเจอ ก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น หรือ อีกวิธีหนึ่งง่ายๆ ที่คุณจะสามารถเพิ่มลิงค์ของเวบไซต์ของคุณ คือการขอแลกลิงค์กับเวบไซต์ต่างๆ ที่คุณอาจจะลองติดต่อขอแลกเปลี่ยนกับเวบไซต์เหล่านั้น นี่อาจจะเป็นวิธีง่ายๆ ที่คุณเริ่มต้นได้ทันที

3. การตลาดผ่านอีเมลช่องทางเข้าถึงลูกค้าที่ต้องใช้ให้ถูก (E-Mail Strategies) การตลาดผ่านอีเมล ไม่ใช่แค่การที่คุณไปซื้อรายชื่อคนมาแล้วส่งข้อมูลไปยังคนเหล่านี้โดยที่คุณ ไม่ได้เคยรู้จัก หรือได้รับอนุญาตจากคนเหล่านั้นเลย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการทำ “สแปม” ซึ่งไม่ใช่การตลาดผ่านอีเมลเลย แต่เป็นการสร้างความน่ารำคาญให้แก่ผู้รับมากกว่า ดังนั้นการสร้างระบบการเก็บอีเมลของลูกค้าของคุณเอง หรือกลุ่มลูกค้าที่อาจจะสนใจรับข่าวสารจาก เวบไซต์ของคุณ เป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการส่งข่าวสารของคุณผ่านอี เมลไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น แต่หากในตอนเริ่มต้น ซึ่งคุณยังไม่มีข้อมูลของลูกค้าของคุณเลย คุณอาจจะใช้วิธีไปใช้เช่ารายชื่ออีเมลจากผู้ให้บริการเช่ารายชื่ออีเมล เพื่อส่งไปหาคนเหล่านั้นด้วยความยินยอมจากผู้รับก็ได้ (ลองค้นหาผู้ให้บริการเช่ารายชื่ออีเมลจาก Google.com โดยใช้คีย์เวิร์ดคำว่า “list broker”)

4. วิธีเลือกใช้สื่อเก่า แต่ได้ผลแยบยลนัก (Traditional Strategies) การใส่ชื่อเวบไซต์ในสื่อต่างๆ ที่ไม่ใช่สื่อออนไลน์ (offline) อาจจะช่วยทำให้คนจดจำและดึงคนเข้ามาที่เวบไซต์ของคุณได้ เช่น การใส่ชื่อเวบไซต์ลงในนามบัตร, โบรชัวร์, ป้ายหน้าร้าน, สติกเกอร์ร้านค้า, ถุงใส่สินค้า, เสื้อหรือหมวกของพนักงาน, ป้ายสินค้า หรือแม้แต่การใส่ชื่อเวบไว้ที่ตัวสินค้าเลยก็ได้ ทั้งนี้เพื่อให้คนสามารถกลับมาที่เวบไซต์ของคุณได้อีกเมื่อเค้าเห็นชื่อ เวบไซต์ของคุณจากสิ่งเหล่านี้
การเลือกใช้สื่อที่ไม่ใช่สื่อออนไลน์ อาจจะช่วยทำให้คนรับรู้และรู้จักเวบไซต์ของคุณเพิ่มมากขึ้นได้ เช่น ลงในป้ายโฆษณาต่างๆ, ลงในหนังสือ, จดหมาย, โปสการ์ด, วิทยุ หรือแม้แต่ทีวี แต่สื่อจำพวกนี้ มักจะมีค่าใช้จ่ายราคาแพง เว้นแต่คุณได้ใช้สื่อเหล่านี้อยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มชื่อเวบไซต์ลงไปในสื่อเหล่านี้เพิ่มเติม เพื่อให้คนรับสื่อสามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้อีกช่องทาง

5.ใช้เงิน ลงโฆษณา (Paid Advertising Strategies) วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ได้ผลโดยเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตรง และรวดเร็ว คือการซื้อสื่อโฆษณาในสื่อที่กลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ เช่น ซื้อตำแหน่งโฆษณารูปแบบตัวหนังสือ หรือแถบโฆษณา (Banner) ในเวบไซต์ หรือการใช้รูปแบบของการทำแนะนำและบอกต่อในการขาย เพื่อที่จะได้ค่าคอมมิชชั่น (Affiliate Program) ซึ่งวิธีนี้จะเป็นวิธีที่คุณจะสามารถได้ผลตอบแทนกลับมาที่แน่นอน และเช่นกันกับผู้ที่แนะนำบริการ ก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นจากคุณเช่นกัน

6.อีก หลากหลายวิธีที่น่าลอง (Miscellaneous Strategies) วิธีอื่นๆ ที่น่าลองใช้เช่น การโปรโมทเวบไซต์ของคุณในเวบบอร์ดต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไป ซึ่งต้องพยายามหาวิธีที่ไปลงโฆษณาตามเวบบอร์ดต่างๆ ในรูปแบบที่น่าสนใจ และเคารพต่อเวบบอร์ดที่เราไปลงด้วย ไม่ใช่ไปลงซะเวบบอร์ดเค้ามีแต่โฆษณาเต็มไปหมด
หรืออาจจะใช้วิธีแจก ของ หรือมีบริการฟรีภายในเวบไซต์ของคุณ เพราะปกติคนชอบของฟรีอยู่แล้ว ดังนั้นเวบไซต์ของคุณจะบอกปากต่อปากไปเรื่อยๆ เช่น แจกฟรีอีเมล, บริการดูดวง, แจกตัวอย่างสินค้าฟรี เป็นต้น
จากวิธีทั้งหมดที่แนะนำมา ผมอยากให้คุณลองเลือกดู และลองนำวิธีต่างๆ นำไปใช้กับเวบไซต์ของคุณดูว่า วิธีไหนที่จะเหมาะกับเวบไซต์หรือธุรกิจของคุณ ซึ่งการโปรโมทเวบไซต์ บางรูปแบบ ก็อาจจะเหมาะสมกับบางธุรกิจ ซึ่งทั้งนี้ยังไม่มีหลักตายตัวที่แน่นอนว่า วิธีไหนจะให้ผลดีที่สุดสำหรับแต่เวบไซต์ อย่างนี้ต้องลองแล้ว

เทคนิค75 วิธีโปรโมทโมทเว็บเพื่อเรียกคนดู
เว็บไซต์ ของคุณต่อให้ดีสักแค่ไหน คงจะไม่มีประโยชน์ ถ้าขาดการโปรโมทที่ดี เทคนิคต่างๆต่อไปนี้ ลองนำไปใช้ดู นะครับ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ครับ
1. ถ้าคุณเพิ่งทำเวบใหม่สดๆเลย ก็เขียนบทความอะไรซักหน่อย แล้วไปส่งที่ Digg, Reddit, และ Now Public
2. สร้าง Yahoo Group เกี่ยวกับเรื่องของ เวบเรา
3. สมัคร MySpace แล้วใช้มันช่วยโปรโมท
4. บุ๊คมาร์คเวบเราที่ Del.icio.us และถ้าคุณมีกึ๋นซักหน่อยนะ ก็ใส่ปุ่ม Del.icio.us ไว้ในเวบของคุณด้วย
5. สมัคร Technorati แล้วก็ “claim” Blog ของคุณซะ (อย่าลืมใส่ปุ่ม ไว้ที่เวบ)
6. submit เวบของคุณที่ directories ที่เป็น seach engine friendly แบบฟรีๆ ก็มีเยอะแยะ เช่น Info Vilesilencer
7. ทำแบบสำรวจ นี่เป็นวิธีที่ดีที่จะโปรโมทแบบ offline (มีใครเคยทำมั้ยง่ะ – -)
8. ไปลงโฆษณาฟรีสำหรับบริษัทของคุณที่ Gumtree
9. ใช้ RSS feeds
10. submit RSS feeds ของเราตาม FeedBurner, Squidoo, Feedboy, Jordomedia, FeedBomb, FeedCat, rssmad, feedirectory, และ Feedboy
11. เขียนบทความที่เกี่ยวกับเวบของคุณ แล้วส่งไปตาม article sites
12. สมัคร StumbleUpon แล้วเรียกเพื่อนๆมาช่วย Stumble
13. สร้างหน้า 404 ของตัวเองไว้ เผื่อว่าคนเข้ามาเจอ error ก็จะ redirect ไปที่อื่นๆที่ดีๆ
14. สร้าง 301 redirect เพื่อจะ redicrect traffic ของคุณจาก non-www มาที่ www
15. ใส่ลิ้งของเวบคุณไว้ใน signature ของเวบบอร์ดที่คุณเป็นสมาชิก
16. บอกเพื่อนๆเกี่ยวกับเวบของคุณ (มันเป็นหารโฆษณาฟรีๆน่ะ)
17. ตรวจคำผิดในเวบของคุณด้วย!
18. เช็คเวบของคุณ browser หลายๆอัน
19. ซื้อโฮสต์ที่ดีพอ ไม่มีใครชอบเวบที่เป็นเต่าคลาน
20. ไม่ต้องกังวลกับ PageRank ไปหาทางโปรโมทดีกว่านะ เดี๋ยว PageRank มันก็ดีตามเอง
21. แจกของฟรี !! คนส่วนมากจะบอกต่อ เมื่อมีของฟรี
22. บอกเพื่อนบ้านของคุณ
23. บอกวิธีที่จะติดต่อคุณให้มากที่สุด msn email yahoo skype เบอร์โทร ที่อยู่
24. ลงโฆษณากับ Craigslist มันฟรี และก็ดีใช้ได้
25. อย่าใช้ Frames
26. Submit เวบที่ DMOZ.org มันอาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อย แต่ก็คุ้ม
27. สร้าง Site Map ให้กับเวบของคุณ แล้วส่งให้ Google
28. ทำเสื้อขึ้นสกรีน URL เวบคุณลงไป แล้วก้ใส่มันบ่อยๆด้วย (อืม..คิดได้เนอะ – -”)
29. เอาไปให้สาวสวยหุ่นเร้าใจใส่ด้วยซักตัว *-*
30. สมัคร Affiliate program เพื่อขายสินค้าของคุณ หรือว่าถ้าคุณเป็น Publisher ก็โกยเงินกัน!!
31. ในหน้า contact ถามด้วยว่า คุณสนใจจะรับ Newsletter มั้ย
32. ส่ง Newsletter !!
33. เข้าร่วมสัมมนาคนทำเวบ คุณอาจจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆก็ได้
34. หา Blog ดีๆ ดังๆ แล้วก็ไปตอบคอมเม้นไว้ (ใส่ลิ้งเวบคุณด้วยล่ะ)
35. อย่าจ้างคนให้ submit search engines ให้ เสียตังค์เปล่าๆ เพราะอันที่ดังๆมีแค่ Google 50% Yahoo 25% และ MSN 10%
36. ส่งคลิบเข้าพร้อมกับชื่อเวบคุณในคลิบ ที่ YouTube กับ Google Video
37. แจกฟรี e-book แล้วเวบคุณจะเป็นที่ฮือฮา
38. แจก Wordpress Theme, Blogger Theme, หรือ phpLD themes
39. ถ้าคุณขายของที่มีโฆษณาในทีวี เขียนในเวบคุณด้วยว่า “แบบที่เห็นในทีวี”
40. หลีกเลี่ยงเทคโนโลยีที่ไฮโซเกิน เช่น Java หรือ Active x
41. แจกของให้โหลดได้ ระวังลิขสิทธิ์ด้วย
42. เรียนรู้ CSS
43. ตอบคอมเม้น ยิ่งถ้าเป็น Blog ตอบบ่อยๆ
44. ขอให้เวบอื่น หรือ Blogger คนอื่นๆ ช่วย review เวบคุณ หรือว่า สินค้าก็ได้ (แลกกัน review ก็ดี)
45. ใช้ชื่อ page ที่มีความหมาย ไม่ใช่ www.yourdomain.com/pgInfoPages.cfm?cx=50799399822B393BBF95289295A3A10A4F
46. ถ้าคุณจำเป็นจะต้องมี Flash ที่หน้าแรก อย่าลืมใส่ปุ่ม skip ด้วย
47. บอกหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หรือ วารสารประจำโรงเรียนเกี่ยวกับเวบของคุณ บางทีถ้าเค้าไม่มีเรื่องจะเขียน หน้าของคุณอาจจะไปโผล่ในนั้นก็ได้
48. จงดังในหมู่คนที่เขียนเรื่องเดียวกัน
49. บริจาคเพื่อการกุศล แล้วส่วนมากเค้าจะใส่ลิ้งแบคให้คุณ
50. ปฏิบัติตามกฏของ W3C standards มันจะช่วยให้คุณอยู่รอดได้ในระยะยาว
51. ทีมกีฬาในโรงเรียน หรือในชุมชน ให้โอกาสคุณเป็น sponsors ในราคาถูกและดี
52. โปรโมทเวบตามบอร์ดต่างๆ แต่อย่าสแปม
53. ขอให้ Blogger เขียนเกี่ยวกับเวบของคุณ โดยแลกกับลิ้งแบค
54. จัดการประกวดแข่งขันขึ้นมาในเวบ
55. ใส่ปุ่ม “ส่งต่อให้เพื่อน”
56. มี site map ในเวบของคุณ เพื่อช่วยผู้เข้าชม และsearch engine
57. ตั้งชื่อที่มีคีย์เวิร์ดตรงๆ ทั้งผู้อ่านและ search engine ชอบ
58. ใส่ปุ่ม FeedBurner ในเวบด้วย คนอ่านจะได้สมัครได้ง่ายๆ
59. Adwords เป็นทางเลือกที่ดี ถ้าคุณใช้มันเป็น
60. ใส่ About Me ใน Blog ผู้อ่านจะรู้สึกว่ามี’คน’ที่กำลังสื่อสารกับเค้า
61. สร้างหน้าเวบ แบนเนอ และโลโก้ไว้บนเวบ เพื่อว่าใครจะเอาไปตีพิมพ์ หรือเอาไปแปะในเวบ
62. ใส่ลิ้งมาที่เวบคุณจาก ebay profile
63. ขอให้เพื่อนของคุณช่วยวิจารณ์เวบแบบตรงๆ
64. E-books ที่มี reseller rights เป็นของแจกที่ดีอย่างนึงสำหรับเวบคุณ
65. submit รูปที่ Flikr
66. แชร์ banner ที่ เวบแลกเปลี่ยน banner
67. ตอบอีเมลล์ของลูกค้าให้เร็ว ไม่มีใครชอบรอ 3-4 วันกว่าจะได้รับคำตอบ
68. Keep It Simple Stupid (KISS) ใช้ CSS ในการวาง layout และ html text อย่าลวดลายมาก
69. อย่าใส่รูปเยอะมากจนเกินไป จะทำให้โหลดช้า
70. ถ้าคุณคิดว่าจะ submit เยอะมากๆ สร้างเมลล์อันใหม่มาเพื่อการนี้ แล้วทิ้งมันไปซะเพื่อลดการ สแปม71. ใส่ Favicon ให้เวบคุณ จะได้โดดเด่นเวลา Bookmark
72. เข้า Yahoo answer แล้วตอบคำถาม พร้อมกับใส่เวบของคุณเปน source
73. อย่าซื้อ traffic มันจะมาแค่วูบเดียว แล้วจากไป
74. ทำความรู้จักกับคนที่อยู่ในวงการเดียวกัน เข้า community เป็นต้น
75. เขียนบทความที่จะมีคนอยากลิ้งถึงมากๆ เช่น บทความนี้ไง

อีกวิธีที่รวบ รวมมา และอยากเอามาแนะนำกัน
1. Add ทุก Search Engine ทั้งไทย-เทศ
2. ใช้บริการ Webring คือการลิ้งกันเป็นวงแหวนสำหรับเวบที่มีเนื้อหาคล้ายกันที่ www.webring.org
3. หมั่นบันทึก ตามเวบบอร์ดต่างๆ เช่น แสนสุข , สนุก , หรรษา , พันธ์ทิพย์ จะทำให้คนเห็นมากขึ้น
4. แลกลิ้งกับเวบไซด์อื่นๆ ที่มีเนื้อหาคล้ายๆ กัน หรือใช้บริการ link exchange เช่น www.linkexchange.com
5. ลงโฆษณาตามเวบไซด์ดังๆ
6. แนะนำเวบคุณกับไทยรัฐ เดลิเวบ
7. ประชาสัมพันธ์ผ่านหน้า AddUrl ตามเวบไซด์ต่างๆ ที่พบ
8. สมัครจัดอันดับเวบไซด์กับเวบไซด์ดัง ๆ ของไทย
9. ประชาสัมพันธ์ผ่าน News Group หรือติดประกาศตามป้ายรถเมล์
10.แจกสติ๊กเกอร์ หรือเสื้อที่มี url ของคุณกับผู้ใช้ หรือแนะนำเวบคุณกับวารสาร
11. สมัครและโพสประกาศตามเว็บ social network เช่น twitter facebook hi5 msn เป็นต้น พวกนี้ เว็บจะได้รู้จักไว้และมีคนช่วยอีกหลายแรง

ที่ มา : กรุงเทพบิธวีค , .itforsme.net ,Google และพันทิป